Search
Menu

นวัตกรรมปูนคาร์บอนต่ำ วัสดุก่อสร้างเพื่อสังคม Net Zero

Share this post :

Facebook
LinkedIn
Low-carbon mortar innovation reflects a commitment to environmental stewardship in construction.

โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในภาคการก่อสร้าง ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่เราทุกคนต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างของไทย SCG มุ่งมั่นขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี วัสดุ และแนวคิดที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญคือปูนโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำ (SCG Low Carbon Structural Cement) ที่พัฒนาโดย SCG และผลักดันให้เข้าถึงระดับสากลโดย SCG International ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขยายสินค้า และโซลูชันเหล่านี้สู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเป้าหมายในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วภูมิภาคและทั่วโลก

นวัตกรรมเพื่อเป้าหมาย Net Zero ของ SCG

SCG ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยมีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต และเป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำของไทยที่มุ่งสู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม นวัตกรรมปูนโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่อนาคตที่ยั่งยืน 

ปูนโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำ ไม่ได้เป็นเพียงปูนที่ลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่ยังคงคุณสมบัติในเรื่องความแข็งแรง ทนทาน อีกทั้งในระดับโลก SCG International ยังเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนและผลักดันนวัตกรรมปูนคาร์บอนต่ำสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ มีโอกาสเข้าถึงโซลูชันวัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลกได้เช่นกัน

ปูนคาร์บอนต่ำคืออะไร ?

ปูนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cement)  คือ การผลิตปูนซีเมนต์ ด้วยลดการใช้วัตถุดิบที่ปล่อยคาร์บอนสูง เช่น ปูนเม็ด (Clinker) และแทนที่ด้วยวัสดุทดแทน เช่น เถ้าลอย หรือวัสดุจากเศษเหลือทางอุตสาหกรรมที่สามารถลด CO₂ ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ 

การลดปริมาณคาร์บอนโดยการผลิตปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ จะช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างมหาศาล เพราะอุตสาหกรรมผลิตปูนซีเมนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ปล่อย CO₂ สูง โดยในปี 2022 อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ปล่อย CO₂ คิดเป็นประมาณ 8% ของการปล่อย CO₂ ทั้งหมดในโลก  อย่างไรก็ตาม ปูนก็ยังเป็นวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นและเป็นที่ต้องการจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ การคิดนวัตกรรมปูนคาร์บอนต่ำจึงเป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

low-carbon-cement-th

คุณสมบัติเด่นของนวัตกรรมปูนโครงสร้าง เอสซีจีคาร์บอนต่ำ

ปูนโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำเป็นนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่มีข้อดีหลายประการ ทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพการใช้งาน ดังต่อไปนี้

เทคนิคการเลือกปูนคาร์บอนต่ำให้เหมาะกับการใช้งาน

SCG พัฒนาสูตรปูนโครงสร้างคาร์บอนต่ำให้มีคุณสมบัติหลากหลาย เพื่อรองรับลักษณะงานที่แตกต่างกัน อีกทั้งอาคารที่เลือกใช้นวัตกรรมปูนคาร์บอนต่ำยังสามารถนำไปใช้ในการขอรับรองอาคารเขียวตามมาตรฐาน LEED และ TREES ได้อีกด้วย

1) ปูนงานโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำ

ปูนซีเมนต์ประเภทไฮดรอลิกชนิดใช้งานทั่วไป (General Use: GU) สูตรพิเศษที่คิดค้นโดยใช้หลักวัสดุศาสตร์ (Materials Science) และเทคโนโลยีการผลิตแบบ Hybrid Technology ผสมผสานปูนเม็ด ยิปซัม ส่วนประกอบแคลเซียม และสารเพิ่มความแข็งแรง เหมาะสำหรับงานโครงสร้างรากฐาน อาคารทั่วไป

scg-low-carbon-cement

2) ปูนงานโครงสร้างทนทานพิเศษ เอสซีจี คาร์บอนต่ำ สูตรทนดินเค็ม

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลานที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ทนทานต่อการกัดกร่อนและซึมผ่านจากสารคลอไรด์และซัลเฟต เหมาะสำหรับพื้นที่ดินเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และน้ำกร่อย ช่วยป้องกันการกัดกร่อนของโครงสร้างเหล็ก และลดการแตกร้าวจากการเกิดเกลือสะสม

3) ปูนทนน้ำทะเลเอสซีจีคาร์บอนต่ำ

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลาน สำหรับงานโครงสร้าง ออกแบบมาให้ทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีความเค็ม เหมาะสำหรับงานก่อสร้างในพื้นที่ชายฝั่ง ท่าเรือ เขื่อน ที่ต้องสัมผัสกับไอทะเลหรือน้ำทะเล

4) ปูนรับกำลังอัดเร็ว เอสซีจี คาร์บอนต่ำ

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 3 ที่ออกแบบให้สามารถพัฒนากำลังอัดได้รวดเร็วช่วยให้งานเสร็จเร็วยิ่งขึ้น เหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็วในการถอดแบบหรือเปิดใช้งานโครงสร้างเร็ว เช่น งานพื้นโรงงาน งานหล่อสำเร็จรูป เสาเข็ม เสาไฟฟ้า 

5) ปูนงานหล่อ เอสซีจี คาร์บอนต่ำ

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ให้กำลังอัดสูง เหมาะสำหรับงานหล่อในแบบ เช่น งานหล่อเสา คาน พื้น และโครงสร้างขนาดใหญ่ ที่ต้องการความเรียบเนียนและแน่นทึบของพื้นผิวปูน เน้นการไหลลื่นและลดฟองอากาศ

low-carbon-mortar-innovation-applied-in-the-3d-modular-project
the-interior-of-the-buildings-in-the-3d-modular-project-which-utilizes-low-carbon-cement-innovation

Success Story : การนำปูนคาร์บอนต่ำมาใช้สูตรปูนก่อสร้างโครงการ 3D Modular Project

SCG มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่ไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพในการใช้งาน แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ซึ่งวิสัยทัศน์นี้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนในนวัตกรรมปูนโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Construction ในอนาคต

นวัตกรรมนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การนำไปใช้กับงานก่อสร้างทั่วไปเท่านั้น แต่ยังได้รับการทดสอบและผลักดันผ่านโครงการต้นแบบอย่าง 3D Modular Project ซึ่งนำเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) มาผสมผสานเข้ากับสูตรปูนคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างโครงสร้างโมดูลาร์ที่ทั้งประหยัดพลังงาน ทันสมัย และลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้จริง

  การใช้ 3D Printing มอร์ตาร่วมกับปูนสูตรคาร์บอนต่ำกับเทคโนโลยี 3D Printing ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณ CO₂ ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังช่วยลดปริมาณวัสดุส่วนเกิน ลดเวลาในการก่อสร้างได้ถึง 48% เมื่อเทียบกับการก่อสร้างแบบดั้งเดิม และยังช่วยลดแรงงานหน้างานและขนส่งวัสดุซ้ำซ้อน ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่สนับสนุนการลดต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวอย่างของความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี แต่ยังเป็นหลักฐานที่จับต้องได้ ว่า “การก่อสร้างอย่างยั่งยืน” สามารถเป็นจริงได้ ด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพและมาตรฐานทางวิศวกรรม

SCG International :มุ่งมั่นที่จะผลักดันนวัตกรรมปูนโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำสู่ระดับโลก

SCG International พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ในการจัดหาและส่งมอบนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน โดยเฉพาะปูนคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นปูนซีเมนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย SCG ผู้ผลิตปูนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cement Manufacturer) และพร้อมส่งต่อสู่ตลาดโลกด้วยโซลูชันซัพพลายเชนครบวงจร

  • 1) ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น มอก. ใหม่ 2594-2567, SCG Green Choice, EPD International (Environmental Product Declaration), CFP (Carbon Footprint of Product) และ CFR (Carbon Footprint Reduction) เพื่อรับประกันคุณภาพและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานระดับประเทศและสากล 
  • 2) รองรับงานก่อสร้างทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
  • 3) ส่งมอบตรงเวลา พร้อมการจัดการด้านซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมปูนโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำ สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่วชาญหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCG International

Related Posts

An asian supplier helping check a Thai food manufacturing quality inspection checklist

คู่มือผู้ซื้อ : เข้าใจอุตสาหกรรมการผลิตอาหารไทยสำหรับตลาดโลก

อุตสาหกรรมส่งออกอาหารของประเทศไทยสร้างมูลค่าการส่งออกสูงถึง 43.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งจัดหาสินค้าอาหารที่มีศักยภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งหากมองในภาพรวม อุตสาหกรรมการผลิตอาหารของไทยสามารถส่งออกสินค้าได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ไก่แปรรูป ปลาทูน่ากระป๋อง ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผลไม้เขตร้อน ซอส อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ โดยทั้งหมดต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

Industrial biomass fuel supply continuity with palletized wood pellets, multiple supply routes, delivery trucks, and a worker monitoring logistics at a biomass processing facility. (thai content)

ความต่อเนื่องของซัพพลายเชื้อเพลิงชีวมวล: ทำไมจึงสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม

สำหรับโรงงานและผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในภาคอุตสาหกรรม ความต่อเนื่องของซัพพลายเชื้อเพลิงชีวมวลไม่ใช่เพียงเรื่องของการสั่งซื้อ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการวางแผนการผลิต ต้นทุน การบริหารสต็อก และความสามารถในการเดินระบบได้อย่างต่อเนื่อง

SCG International Laos, in collaboration with SCG International, is expanding its building materials business in Lao PDR by participating in ALACE Expo 2026, a leading trade exhibition for architects and engineers, held from 19–25 September 2026.

SCG ร่วม ALACE Expo 2026 นำเสนอโซลูชันวัสดุก่อสร้างครบวงจรใน สปป.ลาว

SCG International Laos ร่วมกับ SCG International เดินหน้าขยายตลาดวัสดุก่อสร้างใน สปป.ลาว ร่วมจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมในงาน ALACE Expo 2026 งานแสดงสินค้าเพื่อสถาปนิกและวิศวกร ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–25 กันยายน 2569

Business partners reviewing logistics and inventory for OEM sourcing

7 ขั้นตอนของกระบวนการจัดหาสินค้าแบบ OEM สำหรับผู้ผลิต

สำหรับผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานของชิ้นส่วน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ เมื่อเทียบกับการจัดหาสินค้าแบบทั่วไปที่อาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่บานปลายกว่าราคาต่อชิ้นที่ดูเหมือนจะถูกกว่าในช่วงแรก ด้วยเหตุนี้ กลยุทธ์กระบวนการจัดหาสินค้าแบบ OEM จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ โดยบริษัทสามารถสั่งผลิตชิ้นส่วนและสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ตามข้อกำหนดที่ผู้ซื้อเป็นคนคุมสเปคเองทั้งหมด

I’m Here To Assist You

Contact us today

Please read Terms and Conditions, Privacy Notice, Cookies Notice, and I
I acknowledge that I can withdraw the given consent at any time, and I have understood the terms and conditions and how my personal data is processed.