Search
Menu

คู่มือผู้ซื้อ : เข้าใจอุตสาหกรรมการผลิตอาหารไทยสำหรับตลาดโลก

Share this post :

Facebook
LinkedIn
An asian supplier helping check a Thai food manufacturing quality inspection checklist

Key takeaways

อุตสาหกรรมส่งออกอาหารของประเทศไทยสร้างมูลค่าการส่งออก 43.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 โดยมีจุดแข็งด้านสินค้า เช่น ข้าว ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋อง ผลไม้เขตร้อน ซอส อาหารว่าง และเครื่องดื่ม

ผู้ส่งออกอาหารไทยชั้นนำควรมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ การรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (GMP, HACCP, BRC, Halal) ประสบการณ์ด้านการส่งออก ความสามารถในการผลิต และระบบควบคุมคุณภาพที่โปร่งใส

ประเภทของซัพพลายเออร์อาหารในประเทศไทยมีหลากหลาย ตั้งแต่ผู้ผลิตอาหารขนาดใหญ่ที่รองรับการผลิต OEM และสินค้า Private Label ไปจนถึงผู้ส่งออกเฉพาะกลุ่มสินค้า บริษัทการค้า และพันธมิตรด้านการจัดหาแบบครบวงจร

การประเมินซัพพลายเออร์ควรพิจารณาต้นทุนรวมถึงปลายทาง (Total Landed Cost) การปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดปลายทาง และรูปแบบการสื่อสาร เพื่อสร้างความสำเร็จในการจัดหาระยะยาว

การทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านซัพพลายอาหารที่เชื่อถือได้ เช่น SCG International ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถบริหารการตรวจสอบซัพพลายเออร์ การควบคุมคุณภาพ และโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนผ่านผู้ประสานงานหลักเพียงรายเดียว

อุตสาหกรรมส่งออกอาหารของประเทศไทยสร้างมูลค่าการส่งออกสูงถึง 43.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งจัดหาสินค้าอาหารที่มีศักยภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งหากมองในภาพรวม อุตสาหกรรมการผลิตอาหารของไทยสามารถส่งออกสินค้าได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ไก่แปรรูป ปลาทูน่ากระป๋อง ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผลไม้เขตร้อน ซอส อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ โดยทั้งหมดต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

สำหรับผู้ซื้อระดับนานาชาติในกลุ่มค้าปลีก การจัดจำหน่าย และธุรกิจบริการอาหาร โอกาสจากตลาดไทยมีความชัดเจน แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือ การเปลี่ยนจากการรับรู้ว่าประเทศไทยเป็นแหล่งจัดหาที่มีศักยภาพ ไปสู่การค้นหาผู้ส่งออกอาหารไทยชั้นนำที่เหมาะสมกับประเภทสินค้า รวมถึงปริมาณการสั่งซื้อ และข้อกำหนดด้านมาตรฐานของแต่ละตลาด

คู่มือนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจภาพรวมของผู้ส่งออกอาหารในประเทศไทย ขั้นตอนการประเมินซัพพลายเออร์ และบทบาทของพันธมิตรด้านซัพพลายอาหารที่เชื่อถือได้ ซึ่งช่วยให้กระบวนการค้นหาซัพพลายเออร์อาหารในประเทศไทยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ภาพรวมอุตสาหกรรมส่งออกอาหารของประเทศไทย

ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 15 ของประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2025 โดยมีสัดส่วน 2.14% ของมูลค่าการค้าอาหารโลก มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องของไทยอยู่ที่ 50.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าอาหารแปรรูปและผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมการผลิตอาหารคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของการส่งออกทั้งหมด ซึ่งตลาดส่งออกหลักของประเทศไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน ประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน สหภาพยุโรป และภูมิภาคตะวันออกกลาง

จุดแข็งของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตอาหารระดับโลกมาจากระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำที่มีภาคเกษตรกรรมรองรับวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง ภาคกลางน้ำที่มีโรงงานแปรรูปซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงสินค้าจากแหล่งผลิตสู่เส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โดยกลุ่มสินค้าที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการส่งออก ได้แก่

ข้าว

ประเทศไทยส่งออกข้าวประมาณ 7.9 ล้านตันในปี 2025 สร้างมูลค่าการส่งออกประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อาหารทะเลกระป๋องและอาหารทะเลแช่แข็ง

การส่งออกปลาทูน่ากระป๋องมีมูลค่าประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 โดยประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกปลาทูน่ากระป๋องรายสำคัญของโลก

ไก่แปรรูป

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกชั้นนำของโลก โดยมีโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน HACCP และ Halal รองรับตลาดญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร

ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว

กะทิ ครีมมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าว เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก โดยประเทศไทยเป็นแหล่งจัดหาหลักสำหรับผู้ซื้อในกลุ่มค้าปลีกและธุรกิจบริการอาหาร

ผลไม้เขตร้อน ซอส เครื่องปรุงรส อาหารว่าง และเครื่องดื่ม

สินค้าในกลุ่มนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการรสชาติแบบเอเชียและอาหารที่สะดวกต่อการบริโภคที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

An elderly rice farmer in his field

ประเภทของผู้ส่งออกอาหารไทยชั้นนำ

คำว่า “ผู้ส่งออกชั้นนำ” ครอบคลุมซัพพลายเออร์อาหารในหลากหลายประเภท โดยแต่ละประเภทจะเหมาะกับรูปแบบความต้องการของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างของซัพพลายเออร์เหล่านี้ จะช่วยให้ทีมจัดซื้อสามารถเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าและเป้าหมายในการจัดหาได้มากขึ้น

ผู้ผลิตอาหารขนาดใหญ่ที่รองรับการผลิต OEM และ Private Label

ผู้ผลิตในกลุ่มนี้เป็นโรงงานอาหารครบวงจรที่มีความพร้อมด้านการผลิต พร้อมระบบรับรองมาตรฐาน เช่น GMP, HACCP, ISO, BRC และ Halal ซึ่งสามารถรองรับได้ทั้งเครือข่ายค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า โครงการสินค้า Private Label และผู้นำเข้าที่ต้องการปริมาณการผลิตสูง จุดเด่นของผู้ผลิตประเภทนี้คือ ความสามารถในการผลิตสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอ รองรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์เฉพาะสำหรับแบรนด์ และมีเอกสารด้านมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพที่ครบถ้วน ผู้ผลิตประเภทนี้จึงเหมาะกับผู้ซื้อที่ต้องการสั่งซื้อในปริมาณมาก มีความต้องการต่อเนื่อง และมีเครือข่ายจัดจำหน่ายที่พร้อมอยู่แล้ว

ผู้ส่งออกอาหารเฉพาะกลุ่มสินค้า

ผู้ส่งออกประเภทนี้มุ่งเน้นสินค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น ข้าว อาหารทะเลกระป๋อง ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว หรือผลไม้เขตร้อน โดยมีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท จุดแข็งของผู้ส่งออกกลุ่มนี้คือความเข้าใจในสินค้าเฉพาะทาง ทั้งด้านกระบวนการผลิต มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และความต้องการของตลาดเป้าหมาย อีกทั้งในสายการผลิต การรับรองมาตรฐาน และความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) มักได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับกลุ่มผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยเฉพาะอีกด้วย

บริษัทการค้าอาหารและผู้รวบรวมสินค้า (Consolidators)

บริษัทการค้าอาหารทำหน้าที่รวบรวมสินค้าจากหลายแบรนด์และหลาย SKU เพื่อจัดส่งในรูปแบบตู้สินค้ารวม (Mixed Container) รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการสินค้าหลากหลายประเภท หรือผู้ซื้อที่มีปริมาณการสั่งซื้อไม่มากพอที่จะบริหารความสัมพันธ์กับโรงงานหลายแห่งโดยตรง ผู้ประสานงานจะช่วยบริหารการติดต่อระหว่างผู้ซื้อและซัพพลายเออร์หลายราย ลดภาระด้านการจัดการของผู้ซื้อ และช่วยให้กระบวนการจัดหาสินค้ามีความคล่องตัวมากขึ้น

พันธมิตรด้านการจัดหาระดับโลกที่มีฐานดำเนินงานในประเทศไทย

พันธมิตรด้านการจัดหาที่มีฐานดำเนินงานในกรุงเทพฯ มักมีทีมงานประจำพื้นที่ เครือข่ายซัพพลายเออร์ที่ผ่านการตรวจสอบ และความสามารถในการบริหารห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ผู้ให้บริการประเภทนี้จะดูแลตั้งแต่การตรวจสอบซัพพลายเออร์ การควบคุมคุณภาพ การจัดการเอกสาร การปฏิบัติตามข้อกำหนด ไปจนถึงการประสานงานด้านโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ผ่านผู้ประสานงานหลักเพียงรายเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน แต่ไม่ต้องการจัดตั้งทีมงานภายในประเทศไทยเพื่อบริหารกระบวนการจัดหาด้วยตนเอง

SCG International step-by-step guide on how to find and vet reliable Thailand food suppliers for global buyers

วิธีค้นหาซัพพลายเออร์อาหารในประเทศไทยที่เชื่อถือได้

กำหนดความต้องการด้านสินค้าและตลาดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน

ก่อนติดต่อกับซัพพลายเออร์รายใดก็ตาม ผู้ซื้อควรกำหนดรายละเอียดความต้องการให้ชัดเจน ทั้งคุณสมบัติของสินค้า รูปแบบบรรจุภัณฑ์ มาตรฐานรับรองที่จำเป็น ราคาต้นทุนรวมถึงปลายทาง (Landed Cost) ปริมาณการสั่งซื้อ และข้อกำหนดของตลาดปลายทาง การกำหนดรายละเอียดภายในองค์กรให้ชัดเจนเหล่านี้ จะช่วยคัดกรองซัพพลายเออร์ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ และช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการประเมิน เพราะถ้าหากผู้ซื้อเริ่มต้นติดต่อซัพพลายเออร์โดยไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจน มักนำไปสู่ความล่าช้าและข้อเสนอที่ไม่ตรงกับความต้องการของธุรกิจ

ใช้หลายช่องทางในการค้นหาซัพพลายเออร์

การพึ่งพาแหล่งข้อมูลเพียงช่องทางเดียวอาจทำให้มองเห็นตัวเลือกในตลาดได้จำกัด ผู้ซื้อที่มีประสิทธิภาพมักใช้หลายช่องทางร่วมกันในการค้นหาซัพพลายเออร์ เช่น

1) ข้อมูลการค้าและฐานข้อมูลศุลกากร : ช่วยค้นหาผู้ส่งออกที่มีการดำเนินงานจริงในแต่ละกลุ่มสินค้า โดยอ้างอิงจากข้อมูลการส่งออกที่เกิดขึ้นจริง

2) แพลตฟอร์ม B2B และฐานข้อมูลผู้ส่งออกจากภาครัฐ : แพลตฟอร์ม เช่น ThaiTrade ช่วยรวบรวมข้อมูลผู้ส่งออกอาหารไทยในหลายประเภทสินค้า และช่วยให้ผู้ซื้อเข้าถึงรายชื่อผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น

3) งานแสดงสินค้า : งานแสดงสินค้า เช่น THAIFEX Anuga Asia เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อเข้าถึงการทดลองสินค้า พบปะผู้ผลิตโดยตรง และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ส่งออกอาหาร

4) สมาคมอุตสาหกรรม : หอการค้าไทยและสมาคมผู้ผลิตอาหารสามารถช่วยแนะนำซัพพลายเออร์ที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากประเภทสินค้าและลักษณะความต้องการของผู้ซื้อ

5) พันธมิตรด้านการจัดหาในพื้นที่ : พันธมิตรที่มีทีมงานในประเทศและความเชี่ยวชาญด้านสินค้าเฉพาะกลุ่ม สามารถช่วยเร่งกระบวนการค้นหา พร้อมช่วยคัดกรองซัพพลายเออร์เบื้องต้นก่อนเข้าสู่ขั้นตอนประเมินอย่างละเอียด

ตรวจสอบและคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่เหมาะสม

เมื่อรวบรวมรายชื่อซัพพลายเออร์ที่มีศักยภาพแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบและประเมินความเหมาะสมของแต่ละราย โดยควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1) การตรวจสอบข้อมูลธุรกิจ : ยืนยันการจดทะเบียนบริษัท ประวัติการส่งออก และประสบการณ์ในการจัดส่งสินค้าไปยังตลาดเป้าหมาย

2) การตรวจสอบมาตรฐานรับรอง : ตรวจสอบว่าซัพพลายเออร์มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับตลาดปลายทางหรือไม่ เช่น HACCP, BRC, การขึ้นทะเบียน FDA, Halal หรือมาตรฐานของสหภาพยุโรป

3) การประเมินกำลังการผลิต : พิจารณาความสามารถในการผลิต ปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ) ระยะเวลาการผลิต และความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิตเมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น

4) กระบวนการทดสอบสินค้าและตรวจสอบโรงงาน : ขอตัวอย่างสินค้า ทดสอบในห้องปฏิบัติการ และดำเนินการตรวจสอบโรงงาน (Factory Audit) โดยทีมงานภายในหรือผู้ตรวจสอบจากภายนอก

5) การวิเคราะห์ต้นทุนรวมถึงปลายทาง (Total Landed Cost) : เปรียบเทียบซัพพลายเออร์จากต้นทุนรวมทั้งหมด ซึ่งรวมค่าขนส่ง ภาษี ประกันภัย และค่าใช้จ่ายด้านข้อกำหนดต่าง ๆ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะราคาหน้าโรงงานหรือราคา FOB เพียงอย่างเดียว

เจรจาเงื่อนไขและกำหนดรูปแบบความร่วมมือ

หลังจากคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่เหมาะสมแล้ว ควรกำหนดรูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจให้ชัดเจน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น ราคา เงื่อนไขการชำระเงิน (T/T, L/C) และเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศ (Incoterms) ที่ต้องการ เช่น FOB หรือ CIF โดยในเอกสารข้อตกลงควรกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพที่ยอมรับได้ ข้อกำหนดด้านฉลากสินค้า และกระบวนการควบคุมการเปลี่ยนแปลง (Change Control) อย่างชัดเจน อีกทั้งผู้ซื้อและซัพพลายเออร์ควรกำหนดรูปแบบการสื่อสารที่สม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงวัฒนธรรมทางธุรกิจของไทยที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และการทำงานร่วมกันในระยะยาวเพื่อสร้างความร่วมมือที่มั่นคง

เมื่อใดที่ควรทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการจัดหาระดับโลก ?

การจัดหาสินค้าจากประเทศไทยโดยตรงเหมาะสำหรับผู้ซื้อรายใหญ่ที่มีความต้องการสินค้าในหมวดหมู่เดียว มีทีมจัดซื้อที่มีประสบการณ์ และมีเครือข่ายธุรกิจในประเทศไทยอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ซื้อบางกลุ่ม การทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการจัดหาที่มีความเชี่ยวชาญสามารถสร้างข้อได้เปรียบที่ชัดเจนมากกว่า โดยพันธมิตรด้านการจัดหาจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับทีมจัดซื้อ ผ่านการบริหารกระบวนการค้นหาซัพพลายเออร์ การตรวจสอบคุณสมบัติ การควบคุมคุณภาพ และการจัดการโลจิสติกส์

กรอบการตัดสินใจง่าย ๆ สามารถช่วยให้ธุรกิจเลือกแนวทางที่เหมาะสมมีดังนี้

การสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับซัพพลายเออร์ (Direct Relationships)

เหมาะสำหรับผู้ซื้อรายใหญ่ที่มุ่งเน้นสินค้าประเภทเดียว มีปริมาณการสั่งซื้อสูง และมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศไทยอยู่แล้ว

การทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการจัดหา (Sourcing Partner)

เหมาะสำหรับทีมจัดซื้อขนาดเล็ก ผู้ซื้อที่เริ่มต้นจัดหาสินค้าจากประเทศไทยเป็นครั้งแรก หรือบริษัทที่ต้องบริหารโครงการจัดหาหลายประเภท ซึ่งจำเป็นต้องประสานงานกับโรงงานหลายแห่ง

รูปแบบผสมผสาน (Hybrid Model)

ผู้ซื้อบางรายอาจเลือกบริหารความสัมพันธ์โดยตรงกับซัพพลายเออร์หลักสำหรับสินค้ากลุ่มสำคัญ ขณะเดียวกันก็ใช้พันธมิตรด้านการจัดหาสำหรับสินค้าใหม่ หรือกลุ่มสินค้าที่มีปริมาณการสั่งซื้อไม่สูงมาก

SCG International สนับสนุนธุรกิจของคุณได้อย่างไร ?

เกณฑ์ในการเลือกผู้ส่งออกอาหารไทยชั้นนำที่กล่าวถึงในคู่มือนี้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานรับรองที่ผ่านการตรวจสอบ ประสบการณ์ด้านการส่งออก ความสามารถในการผลิต ประสบการณ์ในตลาดหลายประเภท และศักยภาพด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร ล้วนเป็นแนวทางที่ SCG International ใช้ในการดำเนินงาน โดย SCG International ก่อตั้งขึ้นในปี 1978 ในฐานะบริษัทในเครือของ SCG (Siam Cement Group) โดยมีประสบการณ์ด้านการจัดซื้อจัดหาและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศมากกว่า 45 ปี บริษัทให้บริการลูกค้าองค์กรกว่า 2,000 รายมากกว่า 50 ประเทศ พร้อมมีสำนักงานใน 15 ประเทศ และทีมงานประจำพื้นที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และโอเชียเนีย

Siam Signature ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ SCG International ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ซื้อระดับนานาชาติกับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มไทยและเอเชียที่ผ่านการรับรอง โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น ผักและผลไม้สด เครื่องดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน อาหารว่าง ซอส อาหารกระป๋อง และอาหารทะเลแช่แข็ง เราแตกต่างจากผู้ค้าทั่วไปที่อาจดูแลเพียงกระบวนการนำเข้าและส่งออก เพราะ SCG International บริหารกระบวนการจัดหาแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบซัพพลายเออร์ การจัดการเอกสารด้านข้อกำหนด การประสานงานด้านบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการขนส่งระหว่างประเทศและการสนับสนุนการขยายตลาดในประเทศปลายทาง

SCG International มีสำนักงานท้องถิ่นพร้อมทีมงานภายในองค์กรในประเทศซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย มาเลเซีย และตลาดสำคัญอื่น ๆ ช่วยให้ผู้ซื้อได้รับการสนับสนุนจากทีมงานในพื้นที่โดยตรง แทนการประสานงานจากศูนย์กลางเพียงแห่งเดียว ตัวอย่างเช่น SCG International ได้ประสานงานการจัดส่งสินค้าหลายประเภท ทั้งเครื่องดื่มและอาหารพร้อมรับประทาน สำหรับเครือข่ายค้าปลีกในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรวบรวมสินค้าจากโรงงานอาหารชั้นนำในประเทศไทยและบริหารจัดการเป็นกระบวนการขนส่งเดียว แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ SCG International เป็นพันธมิตรด้านซัพพลายอาหารที่เชื่อถือได้ และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระดับสากลสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการเข้าถึงระบบนิเวศการผลิตอาหารของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช็กลิสต์สำหรับการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์อาหารไทย

เช็กลิสต์การเตรียมความพร้อมก่อนจัดหา

– ตรวจสอบรายการสินค้า พร้อมรายละเอียดคุณสมบัติและข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์

– มาตรฐานรับรองที่จำเป็นสำหรับตลาดปลายทาง

– ช่วงราคาที่ต้องการและปริมาณการสั่งซื้อ

– กำหนดเวลาเปิดตัวสินค้าและตารางการจัดส่ง

– ข้อกำหนดด้านการนำเข้าและมาตรฐานของประเทศปลายทาง

เช็กลิสต์การประเมินและตรวจสอบซัพพลายเออร์

– การจดทะเบียนธุรกิจและการตรวจสอบข้อมูลบริษัท

– ประวัติการส่งออกและประสบการณ์ในตลาดปลายทาง

– มาตรฐานรับรองที่เกี่ยวข้อง เช่น HACCP, BRC, FDA, Halal และ ISO

– ตัวอย่างสินค้าและผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ

– การยืนยันกำลังการผลิตและการประเมินความสามารถในการขยายกำลังผลิต

– ข้อมูลอ้างอิงจากลูกค้าเดิมและความสามารถในการตอบสนองของซัพพลายเออร์

เช็กลิสต์การเริ่มต้นความร่วมมือและการจัดส่งครั้งแรก

– สัญญาที่ลงนาม พร้อมกำหนด Incoterms และเงื่อนไขการชำระเงินที่ชัดเจน

– แบบงาน ฉลากสินค้า และบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติ

– แผนการจัดส่ง พร้อมเส้นทางขนส่งที่ยืนยันแล้ว

– แผนการตรวจสอบสินค้าก่อนจัดส่ง

– แผนสำรองสำหรับกรณีเกิดความล่าช้าหรือปัญหาด้านคุณภาพ

การค้นหาผู้ส่งออกอาหารไทยชั้นนำไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกซัพพลายเออร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเลือกผู้จัดหาที่เหมาะสมกับประเภทสินค้า ข้อกำหนดด้านมาตรฐาน และปริมาณความต้องการของธุรกิจ การเลือกซัพพลายเออร์หรือพันธมิตรด้านการจัดหาที่เหมาะสมจึงช่วยปกป้องผลกำไร ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในตลาดโลกระยะยาว

สำรวจแนวทางการจัดหาอาหารไทยร่วมกับ SCG International ทีม Siam Signature เพื่อเชื่อมโยงผู้ซื้อระดับโลกกับพันธมิตรผู้ผลิตอาหารไทยและเอเชียที่ผ่านการรับรอง พร้อมสนับสนุนกระบวนการจัดหาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การคัดเลือกซัพพลายเออร์ การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการจัดส่งระหว่างประเทศ ค้นพบแนวทางการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจระดับสากลเพียงรายเดียว ที่ช่วยให้กระบวนการจัดซื้อจัดหาของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ติดต่อทีม Siam Signature เพื่อรับคำปรึกษาด้านการจัดหาสินค้าเบื้องต้นได้วันนี้

Frequently Asked Questions (FAQ)​

ระยะเวลาการจัดส่งขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและปริมาณการสั่งซื้อ โดยสินค้าอาหารกระป๋องและอาหารที่เก็บรักษาได้นาน (Shelf-stable Goods) มักใช้เวลาประมาณ 45-90 วัน ตั้งแต่ยืนยันคำสั่งซื้อจนถึงการจัดส่งสินค้า ขณะที่สินค้าอาหารสดหรืออาหารแช่แข็งอาจใช้เวลาประมาณ 30-60 วัน ทั้งนี้ ผู้ซื้อควรเผื่อเวลาเพิ่มเติมสำหรับการอนุมัติงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ การทดสอบในห้องปฏิบัติการ และกระบวนการผ่านพิธีการศุลกากร ณ ท่าเรือปลายทาง

FOB (Free on Board) ที่ท่าเรือกรุงเทพฯ หรือท่าเรือแหลมฉบัง เป็นรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยผู้ซื้อจะเป็นผู้บริหารจัดการค่าขนส่งและประกันภัยหลังจากสินค้าถูกส่งออกจากท่าเรือประเทศไทย ส่วน CIF (Cost, Insurance, and Freight) เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการให้ซัพพลายเออร์ดูแลการขนส่งจนถึงท่าเรือปลายทาง การเลือกเงื่อนไขขึ้นอยู่กับระดับการควบคุมต้นทุนและการบริหารโลจิสติกส์ที่ผู้ซื้อต้องการ

ได้ ประเทศไทยมีระบบการรับรอง Halal ที่ได้รับการพัฒนาและกำกับดูแลโดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (Central Islamic Council of Thailand) โรงงานผลิตอาหารจำนวนมากมีมาตรฐาน Halal ควบคู่กับ GMP และ HACCP ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์อาหารไทยสามารถเข้าถึงตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างกว้างขวาง

ผู้ซื้อสามารถเริ่มต้นจากการเข้าร่วมงาน THAIFEX Anuga Asia ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในกรุงเทพฯ และรวบรวมผู้ส่งออกอาหารไทยจำนวนมากไว้ในงานเดียว หรือเลือกทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการจัดหา เช่น SCG International ซึ่งช่วยดูแลตั้งแต่การค้นหาซัพพลายเออร์ การตรวจสอบคุณสมบัติ ไปจนถึงการบริหารโลจิสติกส์แทนผู้ซื้อ ช่วยลดความซับซ้อนสำหรับบริษัทที่เริ่มต้นจัดหาสินค้าจากประเทศไทยเป็นครั้งแรก

สำหรับคำสั่งซื้อครั้งแรก โดยทั่วไปผู้ซื้ออาจต้องใช้ Letter of Credit (L/C) หรือชำระเงินล่วงหน้าผ่าน Telegraphic Transfer (T/T) พร้อมชำระยอดคงเหลือก่อนจัดส่งสินค้า เมื่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจพัฒนาและเกิดความไว้วางใจมากขึ้น ซัพพลายเออร์บางรายอาจเสนอเงื่อนไขการชำระเงินแบบเครดิต (Open Account) ระยะเวลา 30-60 วัน สำหรับผู้ซื้อที่มีประวัติการชำระเงินที่ดีและมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

Related Posts

Industrial biomass fuel supply continuity with palletized wood pellets, multiple supply routes, delivery trucks, and a worker monitoring logistics at a biomass processing facility. (thai content)

ความต่อเนื่องของซัพพลายเชื้อเพลิงชีวมวล: ทำไมจึงสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม

สำหรับโรงงานและผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในภาคอุตสาหกรรม ความต่อเนื่องของซัพพลายเชื้อเพลิงชีวมวลไม่ใช่เพียงเรื่องของการสั่งซื้อ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการวางแผนการผลิต ต้นทุน การบริหารสต็อก และความสามารถในการเดินระบบได้อย่างต่อเนื่อง

SCG International Laos, in collaboration with SCG International, is expanding its building materials business in Lao PDR by participating in ALACE Expo 2026, a leading trade exhibition for architects and engineers, held from 19–25 September 2026.

SCG ร่วม ALACE Expo 2026 นำเสนอโซลูชันวัสดุก่อสร้างครบวงจรใน สปป.ลาว

SCG International Laos ร่วมกับ SCG International เดินหน้าขยายตลาดวัสดุก่อสร้างใน สปป.ลาว ร่วมจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมในงาน ALACE Expo 2026 งานแสดงสินค้าเพื่อสถาปนิกและวิศวกร ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–25 กันยายน 2569

Business partners reviewing logistics and inventory for OEM sourcing

7 ขั้นตอนของกระบวนการจัดหาสินค้าแบบ OEM สำหรับผู้ผลิต

สำหรับผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานของชิ้นส่วน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ เมื่อเทียบกับการจัดหาสินค้าแบบทั่วไปที่อาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่บานปลายกว่าราคาต่อชิ้นที่ดูเหมือนจะถูกกว่าในช่วงแรก ด้วยเหตุนี้ กลยุทธ์กระบวนการจัดหาสินค้าแบบ OEM จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ โดยบริษัทสามารถสั่งผลิตชิ้นส่วนและสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ตามข้อกำหนดที่ผู้ซื้อเป็นคนคุมสเปคเองทั้งหมด

SCG International sources wood materials, such as wood chips, for biomass fuel use

วิธีเลือกประเภทเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับหม้อไอน้ำให้ตอบโจทย์การใช้งาน

คู่มือฉบับนี้จะพาไปทำความรู้จักกับประเภทเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับหม้อไอน้ำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย พร้อมเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของเชื้อเพลิงแต่ละประเภท รวมถึงแนะนำปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา เพื่อให้สามารถจัดหาเชื้อเพลิงได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

I’m Here To Assist You

Contact us today

Please read Terms and Conditions, Privacy Notice, Cookies Notice, and I
I acknowledge that I can withdraw the given consent at any time, and I have understood the terms and conditions and how my personal data is processed.