Search
Menu

SCG นำเสนอ Low Carbon Cement และโซลูชันก่อสร้างอย่างยั่งยืนที่ INTERCEM Asia 2025

Share this post :

Facebook
LinkedIn
Low Carbon Cement & Sustainable Construction | INTERCEM Asia 2025

7 พฤษภาคม 2568 – เอสซีจี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน INTERCEM Asia 2025 งานประชุมด้านอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ระดับโลก ที่รวบรวมผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์จากทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีใหม่ พร้อมเปิดมุมมองขยายโอกาสทางธุรกิจท่ามกลางความท้าทาย และการปรับตัวรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการก่อสร้าง, ลูกค้า และตลาดเพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ

ภายในงาน เอสซีจี ได้แสดงศักยภาพในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ที่พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมกรีน เพื่อสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนแนวทาง Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นจุดแข็งด้านนวัตกรรมกรีน Low-carbon Cement และโซลูชันงานก่อสร้างอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคเอเชีย และตลาดโลกผ่านไฮไลต์

SCG LC3 Structural Cement
ปูนงานโครงสร้าง คาร์บอนต่ำ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 30-40% โดยไม่กระทบต่อคุณภาพการใช้งาน โดดเด่นด้วยมาตรฐานระดับสากล เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ที่ต้องการความแข็งแรงควบคู่ความยั่งยืน
SCG 3D Printing
โซลูชันก่อสร้างยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีการพิมพขึ้นรูปสามมิติปูนคาร์บอนต่ำ ช่วยเพิ่มความเร็ว ในการก่อสร้าง ลดเศษวัสดุ ลดแรงงาน และเปิดทางสู่การออกแบบสถาปัตยกรรมอิสระ ชูศักยภาพของเอสซีจี ในการเชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับอุตสาหกรรมก่อสร้าง

นอกเหนือจากนวัตกรรมหลักของเอสซีจี บริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้มีบทบาทสำคัญในงาน INTERCEM Asia 2025 ในฐานะตัวแทนของการดำเนินงานระดับโลกของเอสซีจี ที่ช่วยขับเคลื่อนการส่งออกผลิตภัณฑ์เอสซีจีไปทั่วโลก อีกทั้งยังมุ่งมั่นในการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนและมีคุณภาพสูงสำหรับผู้ผลิตปูนซีเมนต์และธุรกิจอื่นๆในหลากหลายประเทศ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ในฐานะผู้นำในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล ไม่เพียงแต่สนับสนุนการดำเนินงานของ เอสซีจี แต่ยังให้บริการโซลูชันการจัดหาสินค้าสำหรับลูกค้าทั่วโลก โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนหลากหลายและโซลูชันโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในงานนี้ เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จัดแสดงสินค้าหลากหลายประเภทเหมาะสำหรับบริษัทผู้ผลิตปูนซีเมนต์ และผู้แทนจำหน่ายสินค้าปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ :

Low Carbon Cement & Sustainable Construction | INTERCEM Asia 2025

การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับเวทีโลกในอุตสาหกรรมผู้ผลิตปูนซีเมนต์แล้ว แต่ยังเปิดโอกาสในการขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ ระดับโลก การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยีระดับนานาชาติ การต่อยอดโอกาสทางการค้า พร้อมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในระดับภูมิภาค ที่ธุรกิจต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

Low Carbon Cement & Sustainable Construction | INTERCEM
Low Carbon Cement & Sustainable Construction | INTERCEM Asia 2025 -2

สำหรับเอสซีจี ผู้นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในไทย และภูมิภาคอาเซียน นำโดย คุณมนสิช สาริกะภูติ Chief Innovation & Technology Officer ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ ที่มาร่วมนำเสนอมุมมองเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่โมเดลธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนด้วยนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กล่าวว่า เอสซีจี มีความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ จากการผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีต ภายในปี 2050 พร้อมบูรณาการความยั่งยืนด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต เทคโนโลยีการก่อสร้างและความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน ประกอบด้วย 4 กรีน ได้แก่

SCG Showcases Low Carbon Cement & Sustainable Construction at INTERCEM Asia 2025
SCG Showcases Low Carbon Cement & Sustainable Construction at INTERCEM Asia 2025

ด้าน คุณเจริญชัย เฉลียวเกรียงไกร Bio-Circular Business Director ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ร่วมบรรยายในหัวข้อเรื่อง Saraburi Sandbox เมืองคาร์บอนต่ำต้นแบบแห่งแรกของไทย ในการผลักดันคลัสเตอร์อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ผ่านแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเรียกว่ารูปแบบ PPPP (Public – Private – People – Partnership) โดยมีเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนถึง 5 ล้านตัน CO2 ภายในปี 2027 ซึ่งโครงการนี้ มุ่งเน้นไปที่ 5 ด้านหลัก ได้แก่

เอสซีจี ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมกรีน และโซลูชันงานก่อสร้างคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ความร่วมมือวันนี้ คือรากฐานของอนาคตที่มั่นคง และยั่งยืน” สอดคล้องตามแนวทาง “Inclusive Green Growth”

Related Posts

An asian supplier helping check a Thai food manufacturing quality inspection checklist

คู่มือผู้ซื้อ : เข้าใจอุตสาหกรรมการผลิตอาหารไทยสำหรับตลาดโลก

อุตสาหกรรมส่งออกอาหารของประเทศไทยสร้างมูลค่าการส่งออกสูงถึง 43.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งจัดหาสินค้าอาหารที่มีศักยภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งหากมองในภาพรวม อุตสาหกรรมการผลิตอาหารของไทยสามารถส่งออกสินค้าได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ไก่แปรรูป ปลาทูน่ากระป๋อง ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผลไม้เขตร้อน ซอส อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ โดยทั้งหมดต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

Industrial biomass fuel supply continuity with palletized wood pellets, multiple supply routes, delivery trucks, and a worker monitoring logistics at a biomass processing facility. (thai content)

ความต่อเนื่องของซัพพลายเชื้อเพลิงชีวมวล: ทำไมจึงสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม

สำหรับโรงงานและผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในภาคอุตสาหกรรม ความต่อเนื่องของซัพพลายเชื้อเพลิงชีวมวลไม่ใช่เพียงเรื่องของการสั่งซื้อ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการวางแผนการผลิต ต้นทุน การบริหารสต็อก และความสามารถในการเดินระบบได้อย่างต่อเนื่อง

SCG International Laos, in collaboration with SCG International, is expanding its building materials business in Lao PDR by participating in ALACE Expo 2026, a leading trade exhibition for architects and engineers, held from 19–25 September 2026.

SCG ร่วม ALACE Expo 2026 นำเสนอโซลูชันวัสดุก่อสร้างครบวงจรใน สปป.ลาว

SCG International Laos ร่วมกับ SCG International เดินหน้าขยายตลาดวัสดุก่อสร้างใน สปป.ลาว ร่วมจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมในงาน ALACE Expo 2026 งานแสดงสินค้าเพื่อสถาปนิกและวิศวกร ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–25 กันยายน 2569

Business partners reviewing logistics and inventory for OEM sourcing

7 ขั้นตอนของกระบวนการจัดหาสินค้าแบบ OEM สำหรับผู้ผลิต

สำหรับผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานของชิ้นส่วน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ เมื่อเทียบกับการจัดหาสินค้าแบบทั่วไปที่อาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่บานปลายกว่าราคาต่อชิ้นที่ดูเหมือนจะถูกกว่าในช่วงแรก ด้วยเหตุนี้ กลยุทธ์กระบวนการจัดหาสินค้าแบบ OEM จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ โดยบริษัทสามารถสั่งผลิตชิ้นส่วนและสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ตามข้อกำหนดที่ผู้ซื้อเป็นคนคุมสเปคเองทั้งหมด

I’m Here To Assist You

Contact us today

Please read Terms and Conditions, Privacy Notice, Cookies Notice, and I
I acknowledge that I can withdraw the given consent at any time, and I have understood the terms and conditions and how my personal data is processed.