Search
Menu

ทำไมต้องมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและ Supplier อย่างเข้มงวด?

Share this post :

Facebook
LinkedIn
The Importance of Sourcing and Supplier Inspection Service

“วัตถุดิบปนเปื้อน ไม่ได้มาตรฐานตามที่ตกลงไว้” “ติดฉลากผิด” “ลูกค้าส่งคืนสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน” สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นฝันร้ายที่ผู้ประกอบการไม่ต้องการจะเจอ ด้วยเหตุนี้ การตรวจสอบคุณภาพสินค้าและ Supplier จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ

การตรวจสอบคุณภาพสินค้าและ Supplier คืออะไร?

การตรวจสอบคุณภาพสินค้าและ Supplier คือ การตรวจสอบสินค้าที่ได้สั่งซื้อหรือสั่งผลิตจากซัพพลายเออร์ว่าตรงตามมาตรฐานที่กำหนดเอาไว้ในสัญญาหรือไม่ รูปแบบการตรวจสอบจะมีทั้งการให้บริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์เป็นผู้ตรวจสอบเอง หรือการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบสินค้าซึ่งเป็นบุคคลที่ 3 เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพ เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบ ซึ่งจะสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะการสั่งสินค้าจาก Supplier ที่อยู่ในต่างประเทศ

ทำไมการตรวจสอบคุณภาพสินค้าถึงสำคัญ?

การตรวจสอบคุณภาพสินค้า เป็นการลดความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยในการใช้สินค้า ลดค่าใช้จ่ายในการชดเชยค่าเสียหาย หรือการรับประกันสินค้าที่หลุดมาตรฐาน และที่สำคัญที่สุดคือ มั่นใจได้ว่าสินค้ามีกระบวนการผลิตและคุณภาพเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของประเทศที่ออกวางขาย เพราะหากว่าสินค้าโดนตีกลับหรือห้ามจำหน่ายทั้งล็อตการผลิต จะส่งผลเสียหายต่อธุรกิจ ไม่เพียงแค่ต้นทุนในการผลิตสินค้าใหม่ แต่ยังส่งผลถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของแบรนด์และบริษัท

ในทางกลับกันถ้าหากแบรนด์สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง จนได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภค การจำหน่ายสินค้าใหม่ก็จะง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะลูกค้ามีความเชื่อมั่นต่อสินค้า ช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ตัวอย่างสินค้าที่มีความอ่อนไหว และเสี่ยงต่อการปนเปื้อน

ทำไมธุรกิจ B2B ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพสินค้ามากขึ้น?

การตรวจสอบคุณภาพสินค้าเป็นหนึ่งในการส่งมอบคุณค่าให้กับธุรกิจ ซึ่งมากกว่าการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้กับธุรกิจ โดยจะเป็นการส่งมอบคุณค่าสำหรับธุรกิจในแง่มุมดังต่อไปนี้

การตรวจสอบคุณภาพสินค้า

การตรวจสอบคุณภาพสินค้าแต่ละประเภทจะใช้เกณฑ์มาตรฐานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนมากจะใช้เกณฑ์คะแนนระดับของคุณภาพที่ยอมรับได้ (Acceptable Quality Limit: AQL) ซึ่งเป็นค่าสูงสุดของจำนวนความบกพร่องที่เจอในการผลิต โดยจะพิจารณาถึงข้อบกพร่องและความไม่สอดคล้องต่าง ๆ ตามมาตรฐานที่ได้กำหนดเอาไว้ หรือถ้าในกรณีที่เป็นสินค้าประเภทอาหาร จะดำเนินการตรวจสอบตามแนวทางของ WHO Food Code (Codex Alimentarius)

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบคุณภาพของสินค้าสามารถทำได้ 3 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

1. วิธีตรวจสอบทุกชิ้น (Screening inspection)

มักจะใช้วิธีนี้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน หรือเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสูง

ตัวอย่างเช่น การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มักจะมีส่วนประกอบเล็ก ๆ ที่มีความสำคัญและส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยเหตุนี้ส่วนประกอบต่าง ๆ อย่างตัวเก็บประจุ ตัวต้านทาน และชิป จะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อคัดเอาส่วนประกอบที่ชำรุดออกไป ไม่ให้ส่งผลต่อการทำงานของผลิตภัณฑ์

2. วิธีการสุ่มตัวอย่างจากแต่ละรุ่น (Lot by Lot Inspection or Sampling)

วิธีนี้จะใช้เวลาและค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการตรวจสอบทุกชิ้น มักจะใช้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความพึงพอใจของลูกค้า และมีความเสี่ยงในระดับปานกลางไปถึงสูง

ตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่มีการผลิตเสื้อผ้าในปริมาณมากต่อหนึ่งล็อต จึงนำเอาวิธีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าโดยการสุ่มตัวอย่างมาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดเย็บ เนื้อผ้า และส่วนประกอบอื่น ๆ เป็นไปตามมาตรฐาน ในกรณีที่พบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานจะต้องผลิตใหม่ทั้งล็อต

3. วิธีตรวจสอบตามขบวนการผลิต (Process Inspection)

เป็นการสุ่มตรวจชิ้นงานระหว่างการผลิต ทำให้สามารถแก้ไขได้ทันที ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสินค้าทั้งล็อต มักใช้กับผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง

ตัวอย่างเช่น การผลิตรถยนต์ จะมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าในแต่ละขั้นตอนการผลิตอย่างละเอียด ตั้งแต่การเชื่อมไปจนถึงการทาสี เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามขั้นตอนและได้มาตรฐานการผลิตที่ถูกต้อง มีความปลอดภัยสูง

The Importance of Sourcing and Supplier Inspection Service

การตรวจสอบสถานที่ผลิตสินค้าของซัพพลายเออร์

นอกจากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตแล้ว ยังมีการตรวจสอบด้านสถานที่ผลิตสินค้าของซัพพลายเออร์
ซึ่งแบ่งเป็น 5 รูปแบบดังต่อไปนี้

1. การควบคุมการผลิตขั้นต้น (Initial Production Check: IPC)

เป็นการตรวจสอบวัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการจัดเก็บวัตถุดิบว่ามีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ เพราะการใช้วัตถุดิบที่คุณภาพต่ำจะส่งผลให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน และไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่ตกลงไว้ได้

2. การควบคุมระหว่างการผลิต (During Production Inspection: DUPRO)

เป็นการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์เมื่อผลิตไปแล้ว 20-50% โดยจะทำการตรวจสอบว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไข กระบวนการ และคุณภาพตามที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่ หากเจอข้อผิดพลาดจะได้แก้ไขและปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณในการดำเนินงาน

3. การติดตามผลิตภัณฑ์รายวัน (Daily Production Monitoring)

เป็นการตรวจสอบคุณภาพสินค้าในทุกวันที่มีการผลิต เพื่อให้ได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่กำหนด ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจสอบของโรงงานที่ผลิตสินค้าเอง

4. การตรวจสอบก่อนการขนส่ง (Pre-Shipment Inspection: PSI)

เป็นการสุ่มสินค้ามาตรวจสอบเมื่อมีการผลิตไปแล้วเกือบทั้งหมด หรือเกินกว่า 80% เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติของสินค้าอีกครั้งว่าเป็นไปตามข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเรื่องเอกสารว่าได้ปฏิบัติตามข้อบังคับและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทางหรือไม่ ก่อนที่จะแพ็กและเตรียมนำส่งสินค้า

5. การควบคุมการขนสินค้าขึ้นคอนเทนเนอร์ (Container Loading Check: CLC)

เมื่อผลิตสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือ การตรวจสอบการบรรจุและแพ็กสินค้า และการขนส่ง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นระหว่างทาง

ข้อดีของการใช้บุคคลที่ 3 ในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและ Supplier

ปัจจุบันการจัดหาสินค้า ไม่ได้จำกัดเพียงในประเทศเท่านั้น แต่ยังสามารถค้นหาซัพพลายเออร์ดี ๆ จากทั่วโลกได้ ดังนั้น การใช้บุคคลที่ 3 ในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จะส่งผลดีต่อธุรกิจดังนี้

  • Global Supply Chains: ลดความกังวลด้านกฎระเบียบ ภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปของแต่ละประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ การใช้ผู้ตรวจสอบท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยลดข้อผิดพลาด และสามารถตรวจสอบสินค้าให้เป็นไปตามกฎระเบียบและข้อบังคับได้อย่างครบถ้วน

    Specialized Knowledge: การตรวจสอบสินค้าจะต้องใช้ความรู้เฉพาะด้าน และอุปกรณ์ในการตรวจสอบที่แม่นยำ ตัวอย่างเช่น สินค้าบางประเภทนอกจากการตรวจสอบตัวคุณภาพสินค้าแล้ว ต้องมีบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันความชื้นและการปนเปื้อนต่าง ๆ ซึ่งการใช้บุคคลที่ 3 ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจะสามารถให้คำแนะนำและช่วยตรวจสอบได้

    Objectivity and Neutrality: มีความเที่ยงตรงและเป็นกลาง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทำให้เกิดอคติในการตรวจสอบคุณภาพของสินค้า

    Evolving Standards and Regulations: การปรับเปลี่ยนระเบียบข้อบังคับทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับสากลอาจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ที่ตรวจสอบและอัปเดตข้อบังคับอยู่เสมอ

    Resource Limitations: มีทรัพยากรในการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งการตรวจสอบด้วยตนเอง อาจมีทรัพยากรบุคคลและเครื่องมือที่ไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการตรวจสอบที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ความชำนาญสูง

    Efficiency and Speed: ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จะช่วยให้การตรวจสอบมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    Technological Advancements: บริษัทเหล่านี้มักจะมีการซื้ออุปกรณ์และนวัตกรรมเพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    Cost-Effective: ช่วยลดเวลาในการเดินทาง ช่วยลดต้นทุน รวมถึงการลดงบประมาณในการจ้างพนักงานประจำ โดยเฉพาะหากไม่ได้มีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าทุกวัน

    Relationship Management: ลดความขัดแย้งและอคติที่อาจจะเกิดขึ้นกับซัพพลายเออร์ ในการเผชิญหน้าตรวจสอบสินค้ากันแบบตรง ๆ ซึ่งอาจจะทำให้ความสัมพันธ์มีความตึงเครียด หากต้องปฏิเสธสินค้าหรือวิพากษ์วิจารณ์โดยตรง

    Complex Documentation: การดูแลเรื่องเอกสารของแต่ละประเทศตามกฎระเบียบและขั้นตอนต่าง ๆ เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและยุ่งยาก โดยเฉพาะการค้าระหว่างประเทศ การใช้บริการด้านการจัดการเอกสารจากผู้ตรวจสอบก็จะช่วยลดความยุ่งยากในการดำเนินการได้

    สำหรับธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์ Global Sourcing ในการจัดหาสินค้าและวัตถุดิบ การตรวจสอบคุณภาพสินค้ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เป็นการบริหารความเสี่ยงและลดความผิดพลาดในการผลิตสินค้า ที่สำคัญคือ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าฐานการผลิตของเราจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม

    SCG International คือผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนระหว่างประเทศ มีบริการ Sourcing and Supplier Inspection Service ที่มีเครือข่ายซัพพลายเออร์คุณภาพกว่า 50 ประเทศจากทั่วโลกที่พร้อมส่งมอบวัตถุดิบและสินค้าให้คุณได้แบบไม่มีสะดุด และยังมี Solution อีกมากมายที่ช่วยติดปีกให้ธุรกิจคุณก้าวไกลไปทั่วโลก ด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดหาสินค้าระหว่างประเทศ ที่พร้อมมอบบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม

    ดูข้อมูลบริการและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่

Related Posts

An asian supplier helping check a Thai food manufacturing quality inspection checklist

คู่มือผู้ซื้อ : เข้าใจอุตสาหกรรมการผลิตอาหารไทยสำหรับตลาดโลก

อุตสาหกรรมส่งออกอาหารของประเทศไทยสร้างมูลค่าการส่งออกสูงถึง 43.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งจัดหาสินค้าอาหารที่มีศักยภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งหากมองในภาพรวม อุตสาหกรรมการผลิตอาหารของไทยสามารถส่งออกสินค้าได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ไก่แปรรูป ปลาทูน่ากระป๋อง ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผลไม้เขตร้อน ซอส อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ โดยทั้งหมดต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

Industrial biomass fuel supply continuity with palletized wood pellets, multiple supply routes, delivery trucks, and a worker monitoring logistics at a biomass processing facility. (thai content)

ความต่อเนื่องของซัพพลายเชื้อเพลิงชีวมวล: ทำไมจึงสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม

สำหรับโรงงานและผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในภาคอุตสาหกรรม ความต่อเนื่องของซัพพลายเชื้อเพลิงชีวมวลไม่ใช่เพียงเรื่องของการสั่งซื้อ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการวางแผนการผลิต ต้นทุน การบริหารสต็อก และความสามารถในการเดินระบบได้อย่างต่อเนื่อง

SCG International Laos, in collaboration with SCG International, is expanding its building materials business in Lao PDR by participating in ALACE Expo 2026, a leading trade exhibition for architects and engineers, held from 19–25 September 2026.

SCG ร่วม ALACE Expo 2026 นำเสนอโซลูชันวัสดุก่อสร้างครบวงจรใน สปป.ลาว

SCG International Laos ร่วมกับ SCG International เดินหน้าขยายตลาดวัสดุก่อสร้างใน สปป.ลาว ร่วมจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมในงาน ALACE Expo 2026 งานแสดงสินค้าเพื่อสถาปนิกและวิศวกร ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–25 กันยายน 2569

Business partners reviewing logistics and inventory for OEM sourcing

7 ขั้นตอนของกระบวนการจัดหาสินค้าแบบ OEM สำหรับผู้ผลิต

สำหรับผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานของชิ้นส่วน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ เมื่อเทียบกับการจัดหาสินค้าแบบทั่วไปที่อาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่บานปลายกว่าราคาต่อชิ้นที่ดูเหมือนจะถูกกว่าในช่วงแรก ด้วยเหตุนี้ กลยุทธ์กระบวนการจัดหาสินค้าแบบ OEM จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ โดยบริษัทสามารถสั่งผลิตชิ้นส่วนและสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ตามข้อกำหนดที่ผู้ซื้อเป็นคนคุมสเปคเองทั้งหมด

I’m Here To Assist You

Contact us today

Please read Terms and Conditions, Privacy Notice, Cookies Notice, and I
I acknowledge that I can withdraw the given consent at any time, and I have understood the terms and conditions and how my personal data is processed.