< ย้อนกลับ

ทำไมโซลาร์ถึงกลับมาบูมอีกครั้ง?

วันที่: 2 กันยายน 2021 (ความยาว: 3 นาที)

สรุป

•สาเหตุที่พลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ขนาดเล็กมากขึ้นก็เนื่องมาจากต้นทุนที่ลดลงอย่างมาก การสนับสนุนจากรัฐบาล และแนวโน้มความยั่งยืนนี่กลายเป็นเมกะเทรนด์


พลังงานแสงอาทิตย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกคนได้ยินและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างดี แต่ช่วงที่ผ่านมาเหมือนพลังงานประเภทนี้ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ในประเทศไทยจะใช้ในโซลาร์ฟาร์มเป็นหลัก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พลังงานแสงอาทิตย์ยังพบว่ามีประโยชน์ในการผลิตขนาดใหญ่และธุรกิจเชิงพาณิชย์ เช่น โรงงาน โรงเรียน และที่อยู่อาศัย โดยมีเหตุผลหลักๆ 3 ข้อด้วยกัน:

1. ต้นทุนของแผงโซลาร์เซลล์และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งลดลง ทำให้คุ้มค่าสำหรับการลงทุนมากขึ้น แม้จะเป็นการติดตั้งขนาดเล็ก จากข้อมูลที่รวบรวมโดย Solar Power Europe1 ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉลี่ยทั่วโลกลดลง 85% ระหว่างปี 2552 ถึง 2561 และหากเราเน้นเฉพาะประเทศไทยราคาแผงโซลาร์เซลล์ก็ลดลงถึง 66% ตั้งแต่ปี 2556 ย่นระยะเวลาคืนทุนจากเดิม 17-30.3 ปีในปี 2556 เป็น 6.1-13.9 ปีในปี 2564 และ มีแนวโน้มว่าจะอยู่ที่ 5.3-12 ปีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากราคาแผงโซลาร์เซลล์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

การลดลงอย่างมีนัยสำคัญนี้ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยก็ตาม นอกจากนี้ หลายธุรกิจที่มองเห็นพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเทรนด์ที่แข็งแกร่ง พวกเขาได้คิดค้น Business Model ใหม่ ที่จะทำให้การลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น บริษัทพลังงานแสงอาทิตย์จะดูแลการลงทุนทั้งหมด คุณเพียงแค่เตรียมหลังคาของคุณสำหรับพวกเขา มีบริษัทจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เปิดตัวโมเดลนี้เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าของตนหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์

2. ในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดเป็นอย่างมาก และพลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในอันดับต้นๆที่เราให้ความสำคัญ เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดของเสียและมลพิษทางอากาศ ตั้งแต่มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป รัฐบาลได้ตัดสินใจเพิ่มอัตราการซื้อพลังงานสำหรับครัวเรือนจาก 1.68 บาทต่อกิโลวัตต์เป็น 2.2 บาทต่อกิโลวัตต์ รวมทั้งขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไปยังโรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และระบบชลประทานเพื่อการเกษตร โดยมีเป้าหมายการซื้อ 50 เมกะวัตต์ และ 100 เมกะวัตต์ ตามลำดับ เราเชื่อว่าความคิดริเริ่มนี้จะดึงดูดผู้คนและองค์กรให้ลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

3. การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเมกะเทรนด์ที่สำคัญในยุคปัจจุบัน การมีบริษัทชั้นนำมากมายเป็นแบบอย่าง ส่งผลให้องค์กรขนาดเล็กจำนวนมากหรือแม้แต่ครัวเรือนมีการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมที่จะเริ่มเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน จากการวิเคราะห์ของ Krungthai Compass2 มูลค่าตลาดโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่พักอาศัยอาจมีมูลค่าสูงถึง 137,000 ล้านบาทในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งได้รับอานิสงค์มาจากสองปัจจัยที่เราได้กล่าวมาข้างต้น สำหรับบริษัทขนาดเล็ก พวกเขาจะถูกกดดันโดยผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนอย่างจริงจัง ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์จะกลายเป็นตัวเลือกหลักที่พวกเขาจะนึกถึง

โดยสรุปแล้ว ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสนับสนุนจากรัฐบาล และการตระหนักรู้ในสังคม ทั้งสามปัจจัยนี้เป็นส่วนผลักดันให้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ในครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กและนั่นเป็นสาเหตุที่มีคนพูดถึงพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และเราคาดว่าแนวโน้มจะดำเนินต่อไป


แหล่งที่มาของข้อมูล
1  “Global Market Outlook for Solar Power/ 2019-2023”, Solar Power Europe

2  “Residential Solar Rooftop: Another Revenue Sources for Real Estate Developer?”, March 2021, Krungthai Compass