Resilience-Supply-Chain-การบริหารจัดการซัพพลายเชนแบบยืดหยุ่น
Published On: พฤษภาคม 2, 2023-

หลังจากที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ทุกธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เกิดการชะงักงันด้านซัพพลายเชน (Supply Chain Disruption) การผลิตและส่งสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคมีอุปสรรคและปัญหามากมาย รวมถึงมีการเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการต้องมองหาโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ที่ผ่านมา SCG International ผู้ให้บริการ International Supply Chain Solutions ได้จูงมือพาร์ทเนอร์ฝ่าวิกฤตการณ์ โดยเปลี่ยนวิธีการคิดและบริหารซัพพลายเชนที่สามารถปรับเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น หรือ Resilience Supply Chain ที่ทำให้ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอะไรนับจากนี้ก็จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างไม่สะดุด และสามารถผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปได้อย่างแน่นอน

Resilience Supply Chain คืออะไร?

อย่างที่รู้กันว่า เมื่อปี 2020 ทั่วโลกได้เผชิญกับภาวะโรคระบาดอย่างรุนแรงกับโรคโควิด-19 ทำให้หลายเมืองทั่วโลกต้อง Lock down และห้ามไม่ให้ประชาชนออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อการกระจายสินค้า จากที่เคยส่งจากผู้ผลิตไปยังร้านค้า ต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นส่งต่อถึงผู้บริโภค ส่งผลให้การซื้อของออนไลน์พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 149% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นอกจากการกระจายสินค้าแล้ว การเสาะหาวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ก็มีอุปสรรค เพราะมีการลดการส่งสินค้าข้ามประเทศ และพึ่งพาสินค้าในประเทศมากขึ้น ทำให้ประเทศที่ส่งออกสินค้าการเกษตรอย่างประเทศไทย เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาด ไม่สามารถระบายสินค้าได้ตามระบบแบบเดิมได้ การบริหารซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่นจึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์กับความเปลี่ยนแปลงนี้ และช่วยเปลี่ยนความระส่ำระสายของระบบซัพพลายเชนให้กลับมาเดินหน้าได้อย่างมั่นคง

Resilience Supply Chain คือ ความสามารถในการตอบสนองการ Disruption ของสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการวางแผนและคาดการณ์ที่ยืดหยุ่น ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ ระบบโลจิสติกส์ และการส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นการเปลี่ยน Mindset ในการบริหารจัดการให้ทุกอย่างมีความยืดหยุ่น เพิ่มทางเลือกและเชื่อมต่อการทำงานอย่างเป็นระบบ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

ทำไม Resilience Supply Chain ถึงมีความสำคัญ
ต่อธุรกิจในปัจจุบัน?

ปัจจุบันได้มีการนำเอา Resilience Supply Chain มาใช้ในการวางแผนทั้งในภาวะปกติและในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ไม่คาดฝัน โดยมีข้อดีดังต่อไปนี้

  • ลดผลกระทบต่อวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาความชะงักงันในการดำเนินงาน

  • ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการผลิตและส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด สร้างแผนการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและสอดคล้องกัน 
  • ลดต้นทุนในทุกการดำเนินงาน โดยนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน โดยใช้ Data-Driven ในการขับเคลื่อนการตัดสินใจ 
  • ลดของเสียที่เกิดขึ้น ด้วยการวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของข้อมูลจริง จึงลดของเสียที่เกิดขึ้น ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 
  • เพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า สั่งสมชื่อเสียงให้แก่องค์กรในฐานะพาร์ทเนอร์ที่มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ 

เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการทำงานแบบยืดหยุ่น
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการปรับเปลี่ยนไปใช้การบริหารจัดการซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่น (Resilience Supply Chain) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการจัดการ ดังต่อไปนี้ 

  • AI (Artificial Intelligence) ปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลาย วิเคราะห์แนวโน้มของความเสี่ยง ความต้องการ และอื่น ๆ บนพื้นฐานของ Big Data 

  • Machine Learning เรียนรู้และค้นหารูปแบบของข้อมูลซัพพลายเชนถึงปัจจัยที่มีอิทธิพล เพื่อค้นหากลยุทธ์ในการดำเนินงานที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ 

  • Industrial Internet of Things (IIoT) เชื่อมต่ออุปกรณ์และสั่งงานผ่านเครือข่าย ทำให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง AI จะช่วยวิเคราะห์และตีความข้อมูลต่าง ๆ ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว และตัดสินใจอย่างฉับไวแบบอัตโนมัติ
  • Robot และ Drone ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน ไม่ต้องใช้แรงงานคนทำงานที่เสี่ยงอันตรายอีกต่อไป 

International Supply Chain Solutions
จาก SCG International พร้อมพาคุณมุ่งสู่ความสำเร็จ

SCG International คือบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติด้านบริการ End to End Supply Chain Service Provider ที่ได้นำเอาแนวคิดและปัจจัยสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นเสมือนกุญแจสู่การพัฒนา พร้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของซัพพลายเชนได้อย่างยืดหยุ่น (Resilience Supply Chain) อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ เพื่อปูทางสู่ความสำเร็จในด้านซัพพลายให้กับพาร์ทเนอร์ และเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวข้ามทุกวิกฤตด้านการจัดหาสินค้าและทรัพยากร โดยใช้หลักการสำคัญที่จะช่วยตอบโจทย์พาร์ทเนอร์ได้อย่างครบวงจร ดังนี้

  • Smarter sourcing with a wide range of supplier networks มีเครือข่ายวัตถุดิบที่หลากหลาย และไม่จำกัด โดยมีการค้นหาแหล่งวัตถุดิบมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ซึ่งแม้ในอนาคตจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ไม่กระทบต่อต้นทุนและกระบวนการผลิต

  • Risk mitigation through effective inspection  มีการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าให้ได้ตามมาตรฐาน เพื่อให้พาร์ทเนอร์มั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ และตรงเวลา 

  • Worry-free logistics and inventory Management อำนวยความสะดวกด้านการจัดการเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ 

  • Tailored solutions for various industries ให้พาร์ทเนอร์ของเราเป็นศูนย์กลางการให้บริการ โดยสอบถามความต้องการ และปรับแต่งให้เข้ากับเป้าหมายของพาร์ทเนอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Placing your business in the optimal location ช่วยเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้กับพาร์ทเนอร์ เป็นเพื่อนคู่คิด และให้คำปรึกษาที่มีประสิทธิภาพ

Case Study:
Resilience Supply Chain ขับเคลื่อนทุกธุรกิจได้ดีไม่มีสะดุด

SCG International ซึ่งเป็น Leading Supply Chain Company in Asia ได้เปลี่ยนแปลงการให้บริการแก่ลูกค้า โดยนำเอาการบริหารจัดการซัพพลายเชนแบบยืดหยุ่นมาใช้ โดยมีการขายสินค้าพลังงาน ให้กับทาง Energy Absolute (EA) อย่างต่อเนื่อง ทำให้พาร์ทเนอร์ของเราไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องพลังงาน แม้ว่าจะเกิดสภาวะที่ไม่แน่นอน เช่น ปัญหาการส่งออก การเกิดภัยธรรมชาติ โดยจะมีแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) รองรับทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมมาตรฐานการผลิตสินค้าพลังงานให้ได้มาตรฐาน ทั้งในส่วนของตัวสินค้าและสิ่งแวดล้อม ช่วยให้คำปรึกษาด้านการจัดการของเสียที่เกิดจากการใช้งานอย่างมีคุณภาพและถูกกฎหมาย รวมถึงมีบริการตรวจปล่องอากาศเสีย ให้ปีละ 2 ครั้ง ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ ไม่มีสะดุด เป็นการนำ Resilience Supply Chain มาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลจริง